วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จิ้งเหลนจระเข้ หรือ เรด อาย ครอกโกไดล สกินก์

จิ้งเหลนจระเข้ หรือ เรด อาย ครอกโกไดล สกินก์ (Red-eyed Crocodile Skink) ถูกเรียกขานอีกชื่อว่า "กิ้งก่าจระเข้" หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า "เรด อาย สกิงก์" เนื่องจากว่า แม้มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดจิ้งเหลนก็จริง แต่พฤติกรรมและลักษณะของมันกลับเหมือนกิ้งก่ามากกว่าที่จะเป็นจิ้งเหลนแบบที่เราเคยเห็นโดยทั่วไป โดยเฉพาะลำตัวที่มีลักษณะเป็นเดือยหนามปกคลุมโดยทั่วจรดถึงหางคล้ายจระเข้ ซึ่งแตกต่างจากตระกูลจิ้งเหลนซึ่งจะมีผิวหนังเรียบ อาจกล่าวได้ว่าเป็นจิ้งเหลนเพียงชนิดเดียวที่มีลักษณะเช่นนี้

ลักษณะภายนอกของ เรด อาย สกิงก์ คล้ายกิ้งก่า แต่จริงๆ แล้วมันคือ จิ้งเหลน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อย่างที่เราพบเห็นกันมากตัวจิ้งเหลนมันจะออกลื่นๆ ตัวยาวๆ ผิวมันๆ แต่ลักษณะของ เรด อาย สกิงก์ จะต่างออกไป คือมีหนามแหลมทั่วลำตัว หัวทรงสามเหลี่ยม ลำตัวคล้ายทรงสี่เหลี่ยม มีสีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ แถมยังออกลูกเป็นไข่ ขณะที่จิ้งเหลนทั่วไปออกลูกเป็นตัว

จิ้งเหลนจระเข้ (Red eyed Skink)
จิ้งเหลนจระเข้ หรือ (Red-eyed Crocodile Skink) เป็นสัตว์ที่ต้องการความชื้นสูง การเลี้ยงในตู้จึงต้องพยามเลียนแบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ตู้เลี้ยงยิ่งใหญ่ยิ่งดี จัดระบบนิเวศน์ให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือมีใบไม้ ต้นไม้มากๆ มีพื้นดินชื้นๆ มีถาดน้ำให้เขาแช่บ้าง แต่ปกติพวกนี้ไม่ได้ลงน้ำหรือว่ายน้ำขนาดนั้น เพียงให้เขาอยู่ใกล้ๆ แหล่งน้ำ มีที่มุดที่ซ่อน ซึ่งการเลี้ยงในตู้ลักษณะนี้เราสามารถเลี้ยงรวมกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบบางชนิดที่มีขนาดใหญ่กว่าเรด อายฯ ได้ เพราะเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกัน

จิ้งเหลนจระเข้ ตามธรรมชาติหากินเวลากลางคืน มีอาหารหลักคือ จิ้งหรีด ทาก ลูกกบ หนอน ตั๊กแตน ไส้เดือน หนอนไหมหนูแดง และแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก แต่เมื่อนำมาเป็นสัตว์ภายในบ้าน คุณสามารถให้อาหารได้ง่ายๆ โดยให้จิ้งหรีดหรือหนอนนก ซึ่งเป็นอาหารสัตว์ที่หาซื้อได้ง่ายในปัจจุบัน นำมาคลุกกับผงวิตามินรวมหรือผงแคลเซียมก่อนโรยใส่ในตู้เพื่อเสริมแร่ธาตุให้กับสัตว์เลี้ยงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ควรเลือกหนอนและจิ้งหรีดที่มีขนาดเล็ก

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปลาหมอสี

ประเทศไทยนั้น เริ่มมีคนรู้จักและเป็นที่แพร่หลายเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มมีการที่นิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงามมากขึ้น และเริ่มมีการประกวดแข่งขันกันเกิดขึ้นอีกด้วย จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งจัดได้ว่าปลาหมออยู่ในช่วงที่ค่อนข้างบูมมาก และเริ่มเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักเลี้ยงปลาพอสมควร

การเลี้ยงดูปลาหมอสี
การเลี้ยงดูปลาหมอสีจัดได้ว่าเป็นปลาที่มีความอดทนค่อนข้างสูง กินอาหารง่าย จำพวกอาหารสด ลูกกุ้ง ไรทะเล ไส้เดือน หนอนแดง หรืออาหารสำเร็จรูปและการถ่ายน้ำเต็มที่ 1 เดือนให้ถ่ายน้ำได้ 1 ครั้ง หรืออาทิตย์หนึ่งให้ถ่ายน้ำ ออก10% เพื่อเปลี่ยนสภาพของน้ำให้มันดีขึ้น

การเลี้ยงปลาหมอสี
ลักษณะนิสัย ปลาหมอสี
ลักษณะนิสัยของปลาหมอสีเป็นปลาที่จัดได้ว่าค่อนข้างรักถิ่น หวงที่อยู่ ดังนั้นจึงมีความก้าวร้าวอยู่พอสมควร และถ้าหากมีปลาตัวอื่นหลงเข้าไปในถิ่น หรือที่ที่ปลาหมอสีได้สร้างอาณาจักรเอาไว้ก็จะโดนไล่กัดทันที และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่สร้างปัญหาให้กับผู้เลี้ยงมือใหม่อยู่ไม่น้อย

การเพาะเลี้ยง ปลาหมอสี
การเพาะเลี้ยงถ้าเป็นในลักษณะของรูปฟาร์มก็ควรจะมีพื้นที่มีเงินลงทุน แต่ถ้าจะเพาะเลี้ยงตามบ้านสำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่นั้น สมควรที่จะมีตู้ปลาขนาด 24 นิ้ว หรือ 36 นิ้ว และควรเริ่มเพาะจากพันธุ์ที่ง่าย ๆ ก่อนคือ พวกตระกูลอมไข่ หาตัวเมียที่ไม่ค่อยแพงนักประมาณ 7 ตัว และหาตัวผู้ 1-2 ตัว ซึ่งวิธีนี้ปล่อยตัวเมียลงในตู้ประมาณ 5-7 ตัวโดย ใช้ตัวผู้แค่ 1 ตัวและปล่อยเอาไว้เช่นนี้ ถ้าตัวเมียพร้อมจะไข่เมื่อไหร่หรือได้ไข่ไปแล้วนั้น จะสังเกตดูได้ว่าปลาจะหลบมุมซ่อนอยู่ตัวเดียวบริเวณใต้คางจะอูมย้อยลงมา และนั่นก็แสดงว่าได้ไข่แล้วแต่อมเอาไว้ หลังจากนั้น ทิ้งไว้เช่นนั้น 24 ชม.จึงช้อนเอาตัวเมียตัวนั้นออกมาเลี้ยงในตู้ใหม่เพียงตัวเดียว และปล่อยเอาไว้14 วัน มันจะคายออกมาเองนี่คือวิธีเพาะแบบง่ายๆ

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

"เครย์ฟิช" กุ้งสีสวย ขวัญใจวัยโจ๋

กำลังฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่นและบรรดานักเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม สำหรับ "กุ้งเครย์ฟิช" (Crayfish) หรือกุ้งสี สัตว์น้ำจืดที่มีสีสันสวยงาม โครงสร้างร่างกายแข็งแรง เลี้ยงง่าย มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ ยิ่งตอนนี้เทรนด์การจัดตู้ปลาสวยงามเข้ามามีบทบาท ส่งผลให้ผู้รักสัตว์หน้าใหม่หันมาสนใจกุ้งชนิดนี้กันมากขึ้น

กุ้งเครย์ฟิช หรือกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด มีถิ่นกำเนิดทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียตะวันออก และออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 500 สายพันธุ์ มักอาศัยอยู่ตามโขดหินหรือใต้ขอนไม้ตามหนองน้ำ หรือลำธาร

Crayfish สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
1. Procambarus ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาและยุโรป
2. Cherax ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในโซน ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย

กุ้งเครย์ฟิช (CrayFish)
การเลี้ยงดูCrayfish ทั้งสองกลุ่มนี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน
ผู้เลี้ยงไม่ควรเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชที่มีถิ่นกำเนิดต่างกันไว้ด้วยกัน (เช่น ไม่ควรเลี้ยงสาย “C” และ “P” รวมกัน) เนื่องจากอุปนิสัยต่างกัน อาจทะเลาะกันได้ และทั้ง 2 สาย ก็มีความแข็งแรงและพละกำลังที่แตกต่างกันอีกด้วยครับ

หากต้องการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชจำนวนหลายตัว ควรให้เป็นกุ้งเครย์ฟิชสายเดียวกัน (แหล่งกำเนิดเดียวกัน) เพื่อกุ้งเครย์ฟิชอาจผสมพันธุ์และมีลูกกุ้งที่มีสีสันสวยๆ ให้ได้ชื่นชม นอกจากนี้ควรจะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชที่มีขนาดเท่าๆ กัน หรือใกล้เคียงกัน เพราะกุ้งเครย์ฟิชตัวที่ใหญ่กว่า อาจทำร้ายตัวที่เล็กกว่าได้ ถ้าไปเจ๊าะแจ๊ะตอนที่อารมณ์ไม่ดี

การเลี้ยงรวมกับปลาสวยงาม
ถึงแม้ว่าในธรรมชาตินั้น กุ้งเครย์ฟิชจะเก็บเศษซากพืชซากสัตว์กินเป็นอาหารหลัก แต่ในที่เลี้ยงสถานที่ที่มีอาหารอย่างจำกัดนั้น มันอาจจับสิ่งมีชีวิตอื่นกินเป็นอาหาร ถ้ามันหิวและมีโอกาส ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงไม่ควรเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชรวมกับปลาสวยงามที่อาศัยอยู่ บริเวณก้นตู้ หรือปลาสวยงามที่ตัวใหญ่ ว่ายน้ำช้า เพราะปลาเหล่านั้นอาจเป็นอาหารกุ้งได้ แต่หากผู้เลี้ยงมีอาหารให้กุ้งเครย์ฟิชอย่างเพียงพอตลอดเวลา ก็สามารถตัดปัญหาตรงนี้ออกไปได้

ผู้เลี้ยงสามารถเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชรวมกับปลาสวยงามขนาดกลาง ที่ว่ายน้ำบริเวณกลางน้ำหรือผิวน้ำได้ แต่ต้องเป็นปลาที่มีนิสัยไม่ดุร้าย ไม่เช่นนั้นอาจพบว่ากุ้งเครย์ฟิชที่สามารถจับกินปลาตัวเล็กๆ ถูกปลารุมกินก็เป็นได้ รวมถึงปลาหางนกยูงตัวน้อยๆ ถ้ามีจำนวนมากเกินไป อาจตอดกุ้งเครย์ฟิชตัวใหญ่ที่เพิ่งลอกคราบจนเสียชีวิต ถึงจะตัวใหญ่ แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอแล้วแถมโดนรุม ก็ไม่อาจทนทานได้ไหว

กุ้งเครย์ฟิชจะอาศัยแต่บริเวณก้นตู้ และไม่สามารถว่ายน้ำขึ้นไปกินปลาสวยงามบริเวณกลางน้ำหรือผิวน้ำได้ นอกจากนี้กุ้งเครย์ฟิชยังอาจทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บเศษอาหารก้นตู้ได้เป็น อย่างดี สรุปว่า เลี้ยงรวมกับปลาตัวเล็ก ว่ายน้ำเร็ว หรือปลาบริเวณกลางน้ำหรือผิวน้ำได้ แต่ต้องไม่มีจำนวนมากเกินไป ไม่ว่าจะกุ้ง หรือว่าปลา

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ตุ๊กแกเสือดาว

ตุ๊กแกเสือดาวเป็นสัตว์ในกลุ่ม Gekkonidae หรือ Gecko family จัดเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน ในธรรมชาติจะพบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่แห้งแล้งของ อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และ อินเดีย ความแตกต่างของตุ๊กแกเสือดาวเมื่อเปรียบเทียบกับตุ๊กแกชนิดอื่น ๆ ตรงที่ มีเปลือกตาเพื่อป้องกันฝุ่นละอองตามธรรมชาติ และเท้าที่เป็นเล็บแหลมสำหรับปีนป่ายซึ่งต่างจากตุ๊กแกชนิดอื่นที่ส่วนของ เท้าเป็นพังผืด มีหางที่อวบอ้วนซึ่งจะเป็นอวัยวะที่ช่วยเก็บสารอาหารทำให้ทนต่อสภาพการขาดอาหารในบริเวณท้องที่ทุรกันดารได้เป็นอย่างดี

รูปร่างตุ๊กแกเสือดาว
ลักษณะทั่วไปจะมีขนาดคล้ายกับตุ๊กแกไทย เปลือกตาปิดเปิดได้ ต่างกันที่ผิวหนังมีสีสันลายจุดที่แตกต่างกันออกไป เท้าทั้งสี่จะมีเล็บเหมือนกิ้งก่าเพื่อเอาไว้เกาะเกี่ยว เดินตามพื้นหิน ที่ขรุขระ

ตุ๊กแกเสือดาว
การเลี้ยงตุ๊กแกเสือดาว
เนื่องจากตุ๊กแกเสือดาวเป็นสัตว์ที่มาจากเขตร้อนและแห้งแล้ง ความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับตุ๊กแกเสือดาวที่จะช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร และการย่อยอาหาร อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงจะเฉลี่ยอยู่ที่ 30-35 องศาเซลเซียส ถึงแม้ตุ๊กแกเสือดาวจะชอบอากาศร้อน แต่มีความต้องการอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวกด้วย ดังนั้นไม่ควรปิดกล่องหรือตู้ปลาให้ทึบ สำหรับวัสดุที่ใช้รองพื้นมีให้เลือกหลายชนิด เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์, กระดาษทิซชู ฯลฯ หลายคนอาจจะใช้ทรายและดินเป็นวัสดุรองพื้นอาจจะมีผลกระทบต่อระบบการย่อย อาหาร ถ้าพบว่าตุ๊กแกเสือดาวกินทรายและดินเข้าไป

ทั้งนี้ ตามธรรมชาติ มันเป็นสัตว์ที่ชอบเริงร่าออกหากินพวกแมลงตัวเล็กจิ้งหรีด หนอนนกเป็นอาหารในยามค่ำคืน ส่วนกลางวันมักแอบหลบนอนในโพรงไม้ ซอกหิน และใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดินซะเป็นส่วนมาก ปีนป่ายบ้างในบางครั้ง

ตุ๊กแกเสือดาวจัดเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายถ้าได้รับอาหารที่ดี, ที่อยู่อาศัยดีและสะอาด การเจริญ เติบโตของตุ๊กแกเสือดาวเกิดจากการลอกคราบ ดังนั้นควรจะมีที่ชื้นเพื่อช่วยในการลอกคราบ

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เฟอเรท เจ้าขนฟูแสนซน

เฟอเรท (Ferret) เป็นสัตว์เลี้ยงแสนซนที่ซ่อนความน่ารักอยู่มากมายไว้ในตัว รูปร่างของเฟอเรท (Ferret) มีเสน่ห์และเท่ห์มาก ขนของเฟอเรท มีลักษณะฟูพอง ลำตัวค่อนข้างยาว หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม มีสีให้เลือกหลากหลายมากมาย อาทิเช่น ซิลเวอร์ ไลท์ซิลเวอร์ แพนด้า ชินเนมอล แฟนซี อัลบิโน ฯลฯ แถมยังมีท่าทางขี้สงสัยอยากจะรู้ตลอดเวลา สนใจสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ โดยผู้ที่เลี้ยงสามารถจับเล่นและกอดอุ้มได้

จุดเด่นของเฟอเรท
ลักษณะนิสัยและรูปร่างหน้าตาที่ค่อนข้างน่ารัก คล้ายแมว ถ้าฝึกมันก็จะเชื่อง จะสั่งให้มันเล่นหรือนอนหมอบก็พอจะฝึกได้ในระดับหนึ่ง แต่คงไม่ฉลาดเหมือนกับหมาหรือแมว สามารถฝึกให้โดยใช้อาหารล่อและช่วยในการฝึก แต่คนเลี้ยงต้องใช้ความอดทนสูง เพราะมันจะติดเล่น เหมือนเด็กเล็กซนๆ ฝึกมันสักพักมันก็จะเริ่มเบื่อ ไม่สนใจ จะไปทำอย่างอื่น ใครเลี้ยงก็ต้องอดทนกับมันหน่อย บางตัวห่วงเล่นจนไม่ยอมนอน ง่วงตาปรือแล้วยังจะห่วงเล่น

เฟอเรท (Ferret)
ข้อเสียของเฟอเรท
ข้อเสียคือเรื่องกลิ่นตัว แต่เป็นกลิ่นเฉพาะของมันที่จะปล่อยในช่วงตกใจ ตื่นเต้น หรือผสมพันธุ์ เรื่องกลิ่นนี้ผู้เลี้ยงจะต้องยอมรับให้ได้ แต่ในเวลาปกติก็ไม่ส่งกลิ่นมาก ถ้าหมั่นเช็ดตัวก็จะช่วยบรรเทากลิ่นไปได้ ใช้น้ำยาช่วยลดกลิ่นสำหรับเฟอเรทก็ได้หรือจะใช้ผ้าเช็ดตัวสำหรับแมวหรือ สุนัข การทำหมันก็เป็นการลดกลิ่นได้อีกวิธีหนึ่ง

การเลี้ยงเฟอเรท
ควรเตรียมกรงที่มีความแข็งแรง ไม่เป็นสนิมง่าย และมีพื้นที่มากพอให้มันได้ปีนป่ายเล่น มีภาชนะสำหรับอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด แนะนำให้ใช้ถ้วยกระเบื้องหรือชามดินเผาที่ค่อนข้างหนัก (เฟอเรท ชอบดื่มน้ำจากในชามมากกว่าดื่มน้ำจากตัวดูดน้ำที่ติดข้างกรง) หมั่นเปลี่ยนน้ำและอาหารทุกวัน ส่วนห้องน้ำสำหรับเฟอเรทนั้นผู้เลี้ยงสามารถใช้กระบะทรายที่ใช้เป็นห้องน้ำ สำหรับแมวหรือกระต่ายวางไว้ในกรงก็ได้ เพื่อฝึกให้เฟอเรทขับถ่ายเป็นที่
เฟอเรท (Ferret)

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การฉีดวัคซีนให้แมว

วัคซีนสามารถช่วยป้องกันแมวจากโรคติดเชื้อได้ แต่ท่านไม่ควรจะละเลยปัจจัยอื่นที่สำคัญพอ ๆ กัน ในการทำให้แมวของท่านมีสุขภาพดี ได้แก่ เรื่องอาหาร และการควบคุมพยาธิ สัตวแพทย์จะเป็นผู้ช่วยเหลือให้ท่านมั่นใจว่าท่านได้ให้การเลี้ยงดู และป้องกันอย่างดีที่สุดแก่แมวที่ท่านรัก และให้ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยให้แมวของท่านมีสุขภาพดี และยืนยาว โปรดระลึกไว้เสมอว่า แนวทางการป้องกันโรคเหล่านี้ในแมว ก็คือการนำแมวไปฉีดวัคซีนซึ่งได้ผลมากกว่า 90 % โอกาสจะเกิดโรคจะลดน้อยลงเหลือเพียง 5 - 10 % หรือถ้าเกิดโรคก็จะไม่รุนแรงมากนัก แมวต้องพึ่งพาท่าน ท่านเป็นผู้เดียวที่สามารถให้การดูแลอย่างดีที่สุดแก่เขา โปรดพาเขาไปพบสัตวแพทย์ อย่างสม่ำเสมอ

การฉีดวัคซีนแมว
การฉีดวัคซีนให้แมว
ฉีดวัคซีนจะช่วยในการป้องกันโรคแต่ไม่ได้ช่วยในการรักษา ในวัคซีนจะประกอบด้วยเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่มีการเปลี่ยนแปลง จนไม่สามารถก่อโรคได้ เมื่อแมวได้รับวัคซีน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะผลิตสารที่เรียกว่าภูมิคุ้มกัน ( antibody ) ซึ่งจะมีหน้าที่ต่อต้านเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ก่อโรคขึ้นเมื่อแมวสัมผัสกับโรคนั้นในเวลาต่อมา ภูมิคุ้มกันเหล่านี้ จะทำลายเชื้อที่ก่อโรคอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นประจำทุกปีและมีการตรวจสุขภาพแมวอย่างสม่ำเสมอ

ลูกแมวจำเป็นต้องฉีดวัคซีนหลายเข็ม เพื่ออะไร
ลูกแมวที่ยังไม่ได้หย่านมจะได้รับภูมิคุ้มกันจากน้ำนมแม่ที่ช่วยปกป้องลูกแมวจากโรคภัยต่าง ๆ ในช่วงเดือน แรก ๆ ของชีวิตแต่ภูมิคุ้มกันจากแม่เหล่านี้จะรบกวนการฉีดวัคซีน ทำให้วัคซีนไม่ได้ผลดี อย่างไรก็ตามภูมิคุ้มกันจากแม่จะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 2 - 3 เดือนแรก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้ลูกแมว 2 - 3 ครั้ง ในช่วงอายุ 6 - 16 สัปดาห์ เนื่องจากถ้าภูมิคุ้มกันจากแม่รบกวนการทำวัคซีนเข็มแรก วัคซีนเข็มต่อ ๆ มาจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายลูกแมวผลิตภูมิคุ้มกันตัวเองต่อโรคนั้น ๆ ได้

อายุของแมวในการฉีดวัคซีน
1. อายุ 8 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดแมว โรคหวัดติดต่อ และหลอดลมอักเสบติดต่อ

2.
อายุ 9 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย

3.
อายุ 11-12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

4.
อายุ 12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดแมว โรคหวัดติดต่อ และหลอดลมอักเสบติดต่อ(ซ้ำ) ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย(ซ้ำ)

5.
ทุก ๆ 1 ปี ฉีดวัคซีนรวม ป้องกันทุกโรค

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กระต่าย

ในปัจจุบันกระต่ายเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมาก ทั้งนี้ก็เพราะความน่ารักและความสวยงามของเขา และกระต่ายก็มีหลากหลายสีและมากมายหลายสายพันธุ์ต่างๆมากมาย นอกจากนี้กระต่ายนั้นก็เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ซึ่งการดูแลและ อาหารที่ใช้ในการเลี้ยง หา ซื้อ ได้ง่าย

กระต่ายเป็นสัตว์ที่รักสะอาด
กระต่ายเป็นสัตว์ที่รักความสะอาด ไม่แพ้กับเจ้าหนูแฮมสเตอร์เลย ทีเดียวครับ โดย ถ้าเพื่อนๆสังเกตดูดีๆก็จะเห็นเขาทำความสะอาดตัวเอง แบบเดียวกับเจ้าแฮมสเตอร์ โดยเขาจะเลียขาของเขา เลียมือ และเท้า หรือ เอาเท้าลูบที่หน้า หรือตัว เพื่อทำความสะอาดตัวของเขา

ลักษณะทั่วไปของกระต่าย
สักษณะทั่วๆไปของกระต่าย
ดวงตา
กระต่ายมีดวงตาที่โตและก็มีเปลือกตาบน และเปลือกตาล่างที่เคลื่อนไหวได้ กับมีเปลือกตา อันที่ 3 สีค่อนข้างขาวซึ่งจะอยู่ที่มุม ทางด้านล่างของหัวตา ครับ

หู
กระต่ายจะมีใบหูที่มีขนาดใหญ่มาก เป็นสัตว์ที่ขี้ตกใจง่าย ทั้งนี้ก็เพราะว่าเขามีใบหูขนาดใหญ่ โดยใบหูจะเป็นหนังบาง และ มีแขนงของเส้นเลือด
แผ่กระจายอยู่เป็นจำนวนมาก โดยที่โคนหูจะมีกระดูกอ่อน และกล้ามเนื้อ จงทำให้สามารถกระดิกและบิดโค้ง เพื่อที่จะรับฟังเสียงต่างๆได้

ขา

กระต่ายจะมีขาหน้า ที่เล็กกว่าขาหลัง ทั้งนี้ก็เพราะว่าขาหลังได้ถูกสร้างมาเพื่อสำหรับการกระโดด กระต่ายสามารถกระโดดได้ไกล และสูง ขาหน้าจะมีนิ้วเท้าอยู่ 5 นิ้ว และในขาหลัง นั้นจะมีอยู่ 3นิ้ว ในแต่ละนิ้วก็จะมีเล็บ ส่วนนิ้วหัวแม่มือ จะเป็นนิ้วที่เล็กที่สุด ส่วนขาหลังนั้นจะไม่มีนิ้วหัวแม่มือครับ

กระต่ายนั้นเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ถ้าได้รับการเลี้ยงดูที่ถูกวิธี และรู้ว่าสิ่งใดที่เป็นข้อห้ามต่างๆ สำหรับกระต่ายและเข้าใจในชีวิต การเป็นอยู่ใธรรมชาติของเขาเท่านี้กระต่าย ก็จะอยู่กับเราได้นานแล้วครับ

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การฝึกแมวโดยใช้สายฝึก

เทคนิคการฝึกแมวโดยใช้สายฝึก
ขั้นตอนแรกของการเริ่มฝึก ควรหาอุปกรณ์ที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้แมวหนีหรือเป็นอันตรายได้ เพราะคอของแมวนั้นค่อนข้างบอบบางกว่าคอของสุนัข ปลอกคอจะไม่เหมาะกับการฝึกในสายฝึกมากนัก ควรเปลี่ยนจาปลอกคอเป็นอานที่มีขนาดเบา ลักษณะเป็นอานเลข 8 หรือรูปตัว H มีสายหนึ่งพาดผ่านลำตัวหลังขาหน้าอานดังกล่าวต้องพอดีไม่รัดแน่นจนเกินไป ห่วงโลหะที่อยู่ ช่วงกลางของอานจะเป็นที่ฝึกสายเหนือส่วนหลังของแมวสายฝึกควรเบาและสั้นไม่ควรยาวเกิน 5 ฟุต มีที่จับเป็นห่วงคล้องข้อมือของผู้ฝึกได้ เพื่อว่าหากมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับแมว ก็สามารถอุ้มมันขึ้นมาทันท่วงที ก่อนที่จะเริ่มฝึกแมวในสายฝึกนี้ต้องทำให้แมวเคยชินหรือยอมรับกับการใส่อานก่อน ไม่ว่าแมวนั้นจะอายุมากหรือน้อย เทคนิคที่ใช้ได้เหมือนกัน

ประการแรกควรเตรียมอาหารสำหรับให้เป็นรางวัล เริ่มขั้นแรกในบ้านที่ปลอดภัยก่อน โดยสวมอานให้ปราศจากการฝึก แมวอาจนอนกลิ้งโดยเอาสีข้างลงและไม่ยอมขยับเขยื้อนหรือวิ่งหนี ไม่ว่าอยู่ในลักษณะไหนก็อย่าได้กังวล ให้รางวัลแก่แมวแล้วรอดู เมื่อแมวยืนขึ้นแล้วเดินมาหาครูฝึก ให้รางวัลทันที ให้อานอยู่ที่ตัวแมวสัก 10 นาทีในแต่ละครั้ง ทำซ้ำอย่างนี้สองถึงสามครั้งต่อวัน เมื่อแมวรู้สึกชินกับอานก็ให้เกี่ยวสายฝึกกับอานได้

การฝึกแมวโดยใช้สายฝึก
การฝึกขั้นที่สอง สอนให้แมวเดินในสายฝึก ผู้ฝึกถือสายฝึกอยู่ในมือให้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับกระตุกสายฝึกอย่างนุ่มนวลหากแมวเดินตามก็ให้รางวัลด้วยอาหารที่เตรียมไว้ หลังจากฝึกจนเป็นผลสำเร็จเป็นเวลาหลายวันแล้วก็ค่อย ๆ ลดการให้อาหารเป็นรางวัลลง

การจูงแมวอาจจูงให้เดินไปทางขวาหรือทางซ้ายมือของผู้ฝึกหากแมวเดินเดินอยู่ทางซ้ายมือก็จะพันสายจูงเข้ากับข้อมือขวาและบังคับแมวด้วยข้อมือซ้ายในกรณีที่มีปัญหาอาจจะอุ้มแมวด้วยมือซ้อายและยึดสายฝึกให้อยู่กับที่โดยอาศรัยมือขวาหากแมวดิ้นพยายามจะหนีจากสายฝึก ขอให้อดทนและสุภาพ แต่ถ้าแมวปฏิบัติได้ดี เช่น เดินตามไปก็ให้รางวัลทันที เมื่อแมวเดินตามทางที่กระตุกสายจูงแบบนุ่มนวลก็ให้ดำเนินการฝึกขั้นที่สามต่อไป

การฝึกขั้นที่สาม คือการฝึกนอกบ้าน การนำแมวออกเดินนั้นค่อนข้างจะแตกต่างไปจากการจูงสุนัขเดินเล่นเพราะแมวจะไวต่อสิ่งกระตุ้นแวดล้อมรอบตัว เช่น แมวมักจะหยุดดมดอกไม้หรือจ้องมองสิ่งของที่เคลื่อนไหวอยู่นาน ๆ ก็ต้องทำใจ อย่าบังคับให้แมวเดินเร็วเกินไป ควรเดินแบบช้า ๆ เดินให้สนุกเพื่อให้แมวรู้สึกสนุกด้วย ควรเตรียมใจที่จะเดินแล้วหยุด หยุดแล้วเดินอยู่บ่อย ๆ หากแมวเกิดความกลัวก็อย่าพยายามพาแมวเดินออกนอกบ้าน หากจะสอนให้แมวเดินตามโดยไม่มีสายฝึกก็ใช้วิธีเดียวกับที่ได้กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตามการฝึกแบบนี้ไม่ควรทำ เพราะแมวอาจจะตื่นกลัวและวิ่งหนีจนตามจับไม่ทัน และอาจสูญหายได้

ควรจำไว้ว่า การฝึกแมวในสายฝึกนี้ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ แต่การฝึกจะช่วยให้ สัมพันธภาพระหว่าง เจ้าของกับแมวดีขึ้น หากทำสำเร็จแล้วแมวจะไม่ต่อต้านและเต็มใจจะเดินไปไหน ๆ ด้วย ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า ควรฝึกด้วยความระมัดระวังและให้เกิดความสนุกสนาน

การฝึกน้องเหมียว

ฝึกเรียกชื่อ ให้แมวจำชื่อตัวเองได้
แมวรู้จักชื่อตัวเองได้เช่นเดียวกับสุนัข การตั้งชื่อให้แมวควรถือหลักคือ สั้น ออกเสียงจำได้ง่าย มักเป็นชื่อไม่เกิน 2 พยางค์ เมื่อมีชื่อแล้วก็ต้องหมั่นเรียกควรเริ่มฝึกเรียกตั้งแต่ยังเล็ก โตแล้วอาจไม่ได้ผล ยิ่งเรียกบ่อยแมวก็จำชื่อตัวเองได้เร็วขึ้นและเป็นประโยชน์ในการฝึก เมื่อเรียกแมวแล้วแมวเข้ามาหา ก็ควรให้ความสนใจ เป็นการให้รางวัลและตอกย้ำว่ามันเข้าใจถูกต้องแล้ว

ฝึกแมวให้ขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง
ตามธรรมชาติแล้วแม่แมวจะคอยดูแลและสอนวิธีทำความสะอาดแก่ ลูก ๆ เมื่อเริ่มขบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายครั้งแรก เริ่มเมื่ออายุได้ 2 ถึง 3 อาทิตย์ ด้วยวิธีการเลียบริเวณปากทวารหนักหลังจากกินนมหรืออาหารป็นการกระตุ้นให้ลูกแมวขับถ่ายออกมา จึงควรเตรียมจัดถาดทรายตื้น ๆ ไว้ให้แก่ลูกแมวในช่วงนี้ มิฉะนั้นมันจะหาที่ขับถ่ายเองแล้วจะกลายเป็นนิสัยที่แก้ยาก นิสัยการขับถ่ายของแมวนั้นถ้าถูกขังอยู่ในกรงเมื่อปวดท้องเขาจะแสดงอาการคุ้ยพื้น ตะกุยกรงขอร้องอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเจ้าของไม่ใส่ใจสังเกตแล้วขังไว้หลายชั่วโมง แมวจะอั้นอุจจาระ และ ปัสสาวะเอาไว้ จนติดนิสัยกลายเป็นแมวท้องผูกทำให้กระเพาะปัสสาวะยืด แมวบางตัวสามารถอั้นได้หลายวันหรืออาจนานถึง 7 วัน สภาพเช่นนี้น่าสงสารมากซึ่งไม่ควรละเลย

การฝึกแมว
ถ้าแมวไม่ขับถ่ายในถาดที่เคยใช้อยู่เป็นประจำแล้ว วิธีแก้ไขก็คือเปลี่ยนทรายในถาดใหม่ หรือขยายกระบะให้ใหญ่ขึ้น การลงโทษแมวด้วยวิธีการรุนแรงต่าง ๆ จะไม่ได้ผล ควรรีบทำความสะอาดพื้นห้องที่เปรอะเปื้อนให้หมดกลิ่นเพราะลูกแมวจะจำกลิ่นของมันได้และย้อนกลับมาถ่ายที่เดิมอีก เราอาจสอนให้แมวขับถ่ายนอกบ้านได้อย่างง่าย ๆ แต่ต้องเตรียมที่ทางให้มันเข้าออกได้ง่ายโดยใช้บานปแระตูปิดเปิดสำหรับแมวโดยเฉพาะ โดยทั่วไปจะทำเป็นบานสปริง การสอนให้แมวรู้จักและใช้ บานเปิดต้องใช้ความอดทน แรก ๆ แมวอาจจะกลัวการถูกบานประตูหนีบขณะที่ผ่านเข้าออก ตอนแรกอาจจะคอยช่วยเหลือจับบานประตูไว้ให้แมวเข้าออกได้ก่อน จากนั้นจึงพยายามปล่อยให้แมวเข้าออกโดยใช้เส้นทางนี้ แล้ว ค่อย ๆ ลดความช่วยเหลือลง จนในที่สุดแมวจะคุ้นเคยและสามารถใช้อุ้งเท้าผลักบานประตูเปิดออกเอง

การฝึกแมวในสายฝึก
ตรงกันข้ามกับความเชื่อที่คนส่วนใหญ่ว่าไม่สามารถฝึกแมวเหมือนกับสุนัขได้ แต่ที่จริงแล้วแมวจำนวนมากสามารถฝึกโดยให้อยู่ในสายฝึกได้อย่างไรก็ตามการฝึกแมวในสายฝึกจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แมวบางตัวจะทำตัวเรียบร้อยเหมือนสุนัขในสนามประกวดแต่แมวส่วนใหญ่ชอบหยุดนิ่งและมองไปรอบ ๆ จึงควรฝึกแมวในสายฝึกโดยจูงแมวให้เดินเล่นในบ้านก่อน

การฝึกแมวในสายฝึกก็อาศัยหลักการเบื้องต้น เช่นเดียวกับการฝึกชนิดอื่น ๆ ซึ่งต้องมีเครื่องมือฝึกที่เหมาะสมมีความอดทนและส่งเสริมให้กำลังใจ เนื่องแมวเป็นสัตว์ที่มีนิสัยนุ่มลึก มีความรู้สึกเร็ว ถ้าใช้กำลังในการฝึกจะไม่สามารถบรรลุผลได้เลยตรงข้ามต้องแสดงความรัก แสดงให้รู้ว่าต้องการให้มันทำและพยายามชักชวนให้ทำตามที่เราต้องการ

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การฝึกแมว

ด้วยนิสัยอิสระและทำทุกอย่างตามใจตัวเอง ทำให้หลายคนคิดว่าแมวเป็นสัตว์ที่ฝึกไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วสามารถฝึกแมวได้เช่นเดียวกับสุนัข ซึ่งก็ควรฝึกแมวตั้งแต่ยังเล็กอยู่การฝึกแมวนั้นก็มีหลักเช่นเดียวกับการฝึกสุนัข ซึ่งได้มาจาการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ที่เรียกว่า “การตอบสนองอย่างมีเงื่อนไข ” ตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ ” ทำดีมีรางวัลทำผิดโดนลงทัณฑ์ “ เมื่อสัตว์ทำถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของคน จะได้รับรางวัลซึ่งอาจเป็นตั้งแต่ คำชม สัมผัส เช่น การลูบหัวไปจนถึงการได้รับของกิน เช่น ขนม อาหาร เป็นต้น เมื่อกระทำผิดคำสั่งอาจถูกดุโดยใช้น้ำเสียงที่หนักแน่นต่างจากปกติ หรือกระตุกเชือกที่คล้องคออยู่ นอกจากนี้อาจลงโทษโดยวิธีอื่น ๆ อีกเช่น การกักบริเวณ โดยใช้วิธีผูก หรือ ขังกรง การตีโดยใช้กระดาษหนังสือม้วนเป็นท่อนตีพอเป็นการเตือนที่บริเวณสะโพก เป็นต้น

การฝึกแมว
ฝึกนิสัยให้แมวในการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับคน
ก่อนฝึกแมวในหลักการนี้ผู้เป็นครูต้องมีความรู้เกี่ยวกับนิสัยและพฤติกรรมของแมวนักเรียน พอสมควร แมวเป็นสัตว์หน้าซื่อใจคด (หน้าไหว้หลังหลอก) มีทั้งเล่ห์เหลี่ยมและความไร้เดียงสา ซึงต้องการขัดเกลา แมวไม่ซื่อและรักเจ้าของอย่างจริงใจเหมือนกับสุนัข การฝึกจึงต้องใช้ความอดทนที่จะอบรมสั่งสอนด้วยความลำบากใจมากกว่าการเลี้ยงสุนัข แต่ถึงกระนั้นแมวก็ยังเรียนรู้และสามารถฝึกให้มีระเบียบ ว่าง่ายและใช้ประโยชน์ได้ เช่น การเข้าใจกริยาท่าทางของแมวแสดงให้คนรับรู้อารมณ์

เมื่อจะเล่นกับมันควรดูท่าทางของมันก่อนว่าในขณะนั้นอารมณ์ดีพอที่จะเล่นด้วยหรือไม่ ถ้าแมวรู้สึกดีใจที่จะได้พบเจ้าของมันจะรีบวิ่งเข้ามาหาและใช้หางพันแข้งพันขาแสดงความยินดี หูตั้งตรง ตาขยายกลมโต หนวดกระดิก เหล่านี้ ถ้ามีการหยอกเย้าตอบกลับ ลูบหัวลูบตัวมันก็จะเลียมือตอบรับรู้การสัมผัสแสดงความรักตอบ แต่ถ้ามันโกรธ หูแมวจะพับไปทางด้านข้าง หนวดเหยียดตรงไปทางข้างหน้า แกว่งหางไปมาและเตรียมขาตะปบพร้อมกับใช้เล็บแหลมคมข่วน เจ้าของจึงควรระวังอย่าให้คนในบ้านเล่นกับแมวแรง ๆ จนแมวรู้สึกเจ็บ เพราะจะถูกตอบโต้ทันทีทันควัน เมื่อเห็นแมวมีอาการเงียบไม่เคลื่อนไหว ก็อย่าวางใจว่าแมวไม่ทำร้าย ความจริงแมวสามารถซ่อนอารมณ์ไว้ในท่าที เฉยเมย ได้อย่างมิดชิด แต่อาการที่สังเกตง่ายมากคือ เมื่อมีขนตั้งชันแสดงว่ามันกลัว หรือ โกรธและพร้อมที่จะต่อสู้อย่างรุนแรง โดยลวงศัตรูให้ตายใจด้วยท่าทีเฉย ๆ แบบน้ำนิ่งไหลลึก ในขณะเดียวกันแมวก็เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อน และรักเจ้าของด้วยความรักใคร่ มันจะรับรู้ความรักจากมือคนลูบโดยจะหลับตาพริ้มแสดงความสุขใจ บางทีก็ซุกซนกับแก้ม และ ซอกคอคน หางจะกระดิกยกขึ้น เป็นช่วงเวลาที่มันมีความสุขมาก

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การเลี้ยงนกแก้ว

ชนิดและพันธุ์นกแก้ว
- ครอบครัวแพร์รัทส์ (Parrot)
- พันธุ์คอคคาทู (Cockatoos)
- พันธุ์มาคอว์ (Macaws)
- พันธุ์เลิฟเบิรด์ (Lovebird)
- พันธุ์พาร์ราคีท (Parrakeets)

วิธีเลี้ยงนกแก้ว
1. เลี้ยงโดยให้เกาะอยู่บนคอน ขาตั้งและคอนสำหรับนกแก้วนั้น จะทำให้นกรู้สึกอิสระและออกกำลังกายได้สะดวก คอนควร ทำด้วยวัสดุเนื้อแข็ง ถ้าคอนเป็นไม้ปลายทั้งสองควรหุ้มด้วยโลหะ มิฉะนั้นนกจะฉีกแทะเล่น ในกรณีที่นกยังไม่เชื่องพอ ควรใช้กำไลสวมข้อเท้าซึ่งติดกับโซ่สวมไว้ก่อน และควรขลิบปีก เสียข้างหนึ่งเพื่อป้องกันนกบินหนี บริเวณขนที่จะต้องตัดออกคือขนปีกชั้นที่ 1 ทั้ง 5 โดย ขลิบออกประมาณ 1 นิ้ว

นกแก้วมาคอร์
2. เลี้ยงด้วยกรงภายใน ในกรณีที่นกแก้วเป็นนกรูปร่างเล็ก ขนาดของกรงโดยทั่วไปแล้วไม่ควรมีขนาดกว้างสูง ต่ำ กว่า 2x3 ฟุต ขนาดของกรงนั้นจะเหมาะสมกับนกหรือไม่สังเกตุได้จากเมื่อนกเกาะอยู่กลาง กรง หากนกมีโอกาสกางปีกออกได้สะดวก โดยไม่ติดกับกรงหรือคอน ก็จัดได้ว่ามีความพอดี

3. เลี้ยงด้วยกรงภายนอก การเลี้ยงนกแก้วด้วยกรงภายนอกนั้นเป็นการดียิ่งสำหรับสุขภาพนก เพราะนกได้อยู่กับสิ่งแวด ล้อมคล้ายกับถิ่นเดิม อากาศโปร่งบริสุทธิ์ นกออกกำลังกายได้ตลอดเวลาแต่ต้องคำนึงถึงแสง แดดและฝน อย่าให้โดนมากเกินไป อาหารทั่วไปสำหรับเลี้ยงนกแยกออกเป็นชนิดต่างๆได้ดังนี้
3.1 เมล็ดข้าวชนิดต่างๆ ซึ่งมีส่วนผสมของเมล็ดทานตะวัน, ข้าวโอ๊ท, ข้าวสาลี, เมล็ดกัญชา, เมล็ดข้าวโพด, ถั่วลิสง, และเมล็ดข้าวอื่นๆที่กระเทาะเปลือกแล้ว

3.2 ผลไม้ต่างๆ เช่น แอ๊ปเปิ้ล, กล้วย, องุ่น, ส้ม และผมไม้มุกชนิด

3.3 อาหารจำพวกผักสด เช่น หัวมันเทศ, หัวผักกาด, หัวแคร์รอท, ผักโขม, หรือผักจำพวกกระหล่ำปลี, และผักในสวนครัวชนิดอื่นๆ

3.4 กระดองปลาหมึก, ทราย

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การดูแลกระต่ายในช่วงหน้าร้อน

กระต่าย เป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักที่มีกลุ่มคนเลี้ยงจำนวนมาก ด้วยมีการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยาก ใช้พื้นที่ไม่มากก็เลี้ยงได้แล้ว ในปัจจุบันอุปกรณ์การเลี้ยง อาหารสำหรับเลี้ยงก็มีให้เลือกเป็นจำนวนมาก

คำแนะนำสำหรับผู้ที่เลี้ยงกระต่าย หรือเป็นมือใหม่ที่เลี้ยงกระต่ายว่าในการดูแลกระต่ายช่วงฤดูร้อนนั้น กระต่ายมักจะมีอาการไม่สบายได้ง่าย ท่านที่เลี้ยงกระต่ายไว้หลาย ๆ ตัว เป็นกรงใหญ่หรือ โรงเรือนก็ต้องดูแลบรรยากาศรอบ ๆ พื้นที่กรงให้ อากาศถ่ายเท ถ้ามีหลังคาสังกะสีหรือกระเบื้องก็ให้ติดสปริงเกลอร์บนหลังคา เปิดให้น้ำในช่วงที่มีอากาศ ร้อนของวัน เช่น เวลาเที่ยง น้ำจะทำให้บรรยากาศบริเวณกรงดีขึ้น สำหรับผู้เลี้ยงที่เลี้ยงกระต่ายไว้ไม่ กี่ตัว เช่น ถ้าเป็นพันธุ์ขนสั้น มักเกิดปัญหาน้อยกว่าพันธุ์ขนยาวถ้าอากาศร้อนมาก ๆ กระต่ายจะมีอาการหายใจเร็ว มีน้ำลายไหลบริเวณมุมปาก ควรหาอิฐมอญหรืออิฐบล็อกหรือผ้าขนหนูชุบน้ำวางไว้ในกรง เพื่อให้กระต่ายได้มานอนคลายความร้อน

การดูแลกระต่ายช่วงหน้าร้อน
การให้อาหารและน้ำก็มีความสำคัญในหน้าร้อนกระต่ายมักจะท้องเสียบ่อย ไม่ควรให้อาหารเม็ดสะสมไว้มาก ๆ ควรให้พอทานหมดในแต่ละวัน หากกระต่ายกินไม่หมดจนอาหารกลาย เป็นผง เมื่อกินเข้าไปมีโอกาสท้องเสียได้ และต้องระวังเช่นเดียวกับการให้หญ้าหรือผัก หากกระต่ายกินไม่หมดภายใน 1 วัน เช้ารุ่งขึ้นควรทำความสะอาดเก็บเศษหญ้าหรือผักออก การให้น้ำอาจจะผสมวิตามินชนิดที่เป็นยาคลายความเครียดผสมให้กินบ้าง จะทำให้กระต่ายมีสุขภาพดี

สำหรับผู้ที่สนใจจะเลี้ยงกระต่ายก็ต้องคำนึงถึงเวลา ความพร้อมของผู้เลี้ยงก่อนว่าสามารถมีเวลาให้กับกระต่ายหรือไม่ แล้วควรศึกษาข้อมูลก่อนนำมาเลี้ยง ก่อนไปเลือกซื้อกระต่าย ว่าสายพันธุ์กระต่ายที่ดีแต่ละพันธุ์ควรมีลักษณะเป็นอย่างไร หรือต้องเลือกซื้อจากฟาร์ม ที่เชื่อถือได้ ในเบื้องต้นก็ต้องเลือกกระต่ายตัวที่ร่าเริง ซุกซน ดูแข็งแรงไม่ซึม ดวงตาแจ่มใส ม่านตาเปิดกว้าง ดวงตาไม่แฉะ ดูสัดส่วนร่างกายสมดุล ไม่พิการ

จากประสบการณ์หากบีบท้องกระต่ายจะต้องแข็ง ไม่นิ่ม เพราะถ้ากระต่ายท้องนิ่มพบว่ามักจะไม่ค่อยแข็งแรง สาเหตุมาจากการเลี้ยงดูไม่ดี.

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ชินชิล่า(Chin Chi La)

ชินชิล่า เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งจำพวกฟันแทะ มีขนอ่อนนิ่ม มีนิสัยขี้เล่น อยากรู้อยากเห็นชอบกระโดด ซึ่งปกติแล้ว ชินชิลา เป็นสัตว์จากเมืองหนาว ฉะนั้นใครที่คิดจะเลี้ยงมันต้องเลี้ยงไว้ในห้องแอร์ ชินชิล่าเป็นสัตว์ที่ตื่นเวลากลางคืน เหมือนพวก หนูแฮมสเตอร์ เม่นแคระ ชูการ์ หรือสัตว์อื่นๆหลายๆชนิดครับโดยลักษณะของขน จะคล้ายๆกับ ชูการ์ไกรเดอร์ ครับจะเป็นเส้นขนระเอียด มีหลายสีซึ่งในแต่ละสีก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไปครับ

สำหรับเสน่ห์ที่ทำให้หลายๆคนพากันหลงรักเจ้าชินชิล่าก็น่าจะเป็นเพราะใบหน้าอันน่ารัก(คล้ายกับกระต่ายผสมหนู) กับขนปุกปุยอ่อนนุ่มเหมาะที่จะกอดและอุ้มเป็นที่สุด

ชินชิลา (Chin Chi La)
ถิ่นที่อยู่อาศัย ชินชิลา
ทวีปอเมริกาใต้ แถบเทือกเขาแอนดิส(Andes) ประเทศอาร์เจนติน่า บราซิล ชิลี บนที่ราบสุง

อาหาร
หญ้าอัลฟาฟ่า อาหารเม็ด ลูกเกด ห้ามให้อาหารสด นม น้ำมันเด็ดขาด หญ้าอัลฟาฟ่า ควรลดปริมาณลงเมื่อชินชิล่ามีอายุครบ 8 เดือน เพราะอัลฟาฟ่า มีแคลเซียมสูงมาก จะทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียม มากไปจนทำให้เกิดนิ่ว ส่วนหญ้าแห้งชนิดอื่นๆสามารถให้ได้ไม่จำกัด

การเลี้ยง ชินชิลา
สถานที่เลี้ยงต้องไม่โดนแสงแดดโดยตรง อากาศถ่ายเทสะดวก อากาศเย็น ควรมีฉนวนกันความร้อน ถ้าร้อนมากควรหาวิธีการระบายความร้อนให้ เช่น เปิดแอร์

ชินชิล่าเป็นสัตว์ที่ชอบกระโดด ควรเลือกกรงที่สูงเเละกว้างพอ ปูชั้นล่างด้วยผ้านุ่ม เวลาที่เค้าโดดมาจะได้ไม่เจ็บเท่าไหร่ ควรปล่อยให้ ชินชิลา ออกมาวิ่งเล่นนอกกรงอย่างน้อยวันละ1-2ชั่วโมง

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จิงโจ้บิน หรือ ชูการ์ ไกลเดอร์

จิงโจ้บิน หรือ ชูการ์ ไกลเดอร์ สัตว์ประจำถิ่นของประเทศออสเตรเลีย และเกาะนิวกินี ประเทศอินโดนิเซีย จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงสัตว์พิเศษ ที่นักเลี้ยงสัตว์แปลกบ้านเรายังเลี้ยง กันในวงจำกัด เพราะเป็นสัตว์ป่านำเข้า มีจำนวนน้อยและราคาแพง ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์เล็ก ๆ น่ารัก หน้าตาบ้องแบ๊วอย่าง ชูการ์ไกลเดอร์ จึงยังไม่ค่อยแพร่หลายนัก และอาจเป็นสาเหตุให้นำอันตรายมาสู่เขาโดยไม่รู้ตัว

โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน ผู้เลี้ยงมักหยิบยื่นขนมขบเคี้ยวให้สัตว์เลี้ยงอยู่ตัวเอง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สัตว์เลี้ยงอ้วนและเกิดโรคได้ เช่นเดียวกัน ใน การเลี้ยง ชูการ์ไกลเดอร์ ก็ไม่ควรจะให้เขากินอาหารที่ไม่ใช่อาหารหลัก เช่น ขนมปัง มันฝรั่งทอด ไก่ทอดหรือน้ำอัดลม แม้ว่าเจ้าจิงโจบินจะโปรดปรานน้ำหวานมากเป็นพิเศษก็ตาม เพราะจะทำให้ระบบการย่อยอาหารของเขาผิดไป อ้วนผิดปกติ และท้องเสียได้

ชูการ์ ไกลเดอร์ (Sugar Glider)
ทั้งนี้ อาหารในธรรมชาติของ ชูการ์ ไกลเดอร์ ส่วนใหญ่จะเป็น “น้ำหวาน” จากดอกไม้ ยางไม้จากต้นยูคาลิปตัส และต้นสน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Sugar Glider” ในเวลากลางคืนพวกเขาจะออกมากัดแทะเปลือกไม้หาน้ำหวานเลีย กิน และสามารถกินแมลงและหนอนต่าง ๆ ได้ด้วย ฉะนั้น เมื่อนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง จึงควรให้ผลไม้หลาย ๆ ชนิด (ควรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะเพิ่มความอยากอาหารได้) รวมทั้งจิ้งหรีดและหนอนนกด้วย เพราะ ชูก้า ไกลเดอร์ ต้องการสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม อาการที่แสดงถึงความไม่สบายของ ชูก้า ไกลเดอร์จะสังเกตุเห็นได้ง่าย เริ่มต้นจากซึม ไม่ค่อยเล่น ไอ จาม มีขี้ตา หรือน้ำมูก ถ่ายเหลวหรือท้องเสีย ตัวร้อนหรือเย็นเกินไป มีน้ำลายไหลมากกว่าปกติ ขนฟูหยอง มีหนองไหลจากรูหู เป็นต้น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่มาจากการเลี้ยงที่ไม่เข้าใจในธรรมชาติของ ชูก้า ไกลเดอร์ กล่าวคือ อาจเลี้ยงฝืนธรรมชาติมากเกินไป บางตัวเป็นโรคกระดูกอ่อนจากการขาดแคลเซียม ขณะที่บางตัวท้องเสียจากกินอาหารไม่เหมาะสม ส่วนบางตัวก็ขนฟูหยองและหลุดร่วงง่ายจากการขาดวิตามิน เอ

รู้อย่างนี้แล้ว…อย่าตามใจปาก ชูการ์ ไกลเดอร์ และอย่าใจอ่อนหยิบยื่นขนมขบเคี้ยว หรืออาหารอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารสำหรับเขา เพราะนั่นอาจเป็นการหยิบยื่นโรคภัย และความตายให้แก่เจ้าจิงโจบิน

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ชูการ์ ไกลเดอร์

ชูก้า ไกลเดอร์ (Sugar glider) กระรอกบินออสเตรเลีย หรือที่เรียกกันว่า จิงโจ้บิน คือสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้องสำหรับเลี้ยงดูลูกอ่อน(pouch) อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ หมีโคอะล่า และจิงโจ้ ชูการ์ ไกลเดอร์ มีถิ่นกำเนิดในเกาะแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย และปาปัวนิวกินี ประเทศอินโดนีเซีย พวกมันเป็นสัตว์หากินกลางคืน กลางวันจะชอบนอน ใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนต้นไม้ เป็นสัตว์สังคมที่อยู่กันเป็นฝูง ประมาณ 6-10 ตัว

ชูก้าไกลเดอร์ จะมีน้ำหนักประมาณ 90-150 กรัม ขนาดของลำตัวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางยาวประมาณ 12 นิ้ว มีขนที่นิ่มละเอียด แน่น เป็นสีเทาหรือน้ำตาลตั้งแต่ลำตัวไปจนถึงหาง และมีแถบสีดำหรือน้ำตาลเข้มที่เริ่มระหว่างตา และ แผ่ขยายไปจนถึงแผ่นหลัง มีดวงตาที่โปน และมีขนาดใหญ่ ข้างลำตัวมีผังผืด ที่เหยียดจากข้อมือไปจนถึงข้อเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งช่วยในการบินหรือร่อน

ชูการ์ ไกลเดอร์ (Sugar Glider)
ลักษณะนิสัย ชูการ์ ไกลเดอร์
ชูการ์ ไกลเดอร์ เป็นสัตว์ที่ต้องการสนใจและเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เนื่องจาก ชูการ์ ไกลเดอร์ เป็นสัตว์สังคม ดังนั้น หากคุณตัดสินใจที่จะเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้ ก็ต้องหมั่นสนใจและเล่นกับมันบ่อยๆ ซึ่งหากเล่นกับเขาตั้งแต่ยังเล็ก เจ้าชูการ์ ไกลเดอร์ ก็จะติดเจ้าของมาก

ที่อยู่อาศัยของชูการ์ไกรเดอร์
ตามธรรมชาติเค้าชอบปีนป่ายตามต้นไม้สูง ๆ มากกว่าที่จะวิ่งเล่นอยู่ตามพื้นดิน ดังนั้น ลักษณะของกรงจึงควรเน้นกรงให้เป็น " ทรงสูง" มากกว่าความกว้างและความยาว และเจ้าชุการ์ี้มันชอบมุดตามโพรงไม้บนต้นไม้สูง ๆ แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถหาโพรงไม้ให้มันมุดเพื่ออาศัยอยู่ได้ แต่เราสามารถหาสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกันมาทดแทนโพรงไม้ได้ เช่น บ้านไม้ ตะกร้าสาน กล่องไม้

การเลือกซื้อ ชูการ์ ไกลเดอร์
ในปัจจุบัน ชูก้า ไกลเดอร์ ที่นำเข้ามาขายในไทยจะเป็นสายพันธุ์ออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันมีการผสมข้ามสายพันธุ์ไปมาก ทั้งนี้ ชูการ์ ไกลเดอร์ สายพันธุ์ออสเตรเลียจะมีสีเงิน จากหน้าไปถึงหาง ส่วน ชูการ์ ไกลเดอร์ พันธุ์อินโดนีเซียจะออกสีน้ำตาลหรือส้มๆ อย่างไรก็ตาม ในการเลือกซื้อควรเลือกซื้อ ชูก้า ไกลเดอร์ ที่มีอายุ 2 เดือนขึ้นไป ควรเลือกตัวที่ซน ร่าเริง ปีนป่ายเก่งๆ แต่ปกติเรามักจะไม่ค่อยได้เห็น เพราะ ชูก้า ไกลเดอร์ เป็นสัตว์กลางคืน ตอนกลางวันจึงเอาแต่นอน

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นกแก้วเทาอัฟริกัน

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : นกแก้วเทาอัฟริกัน
อัฟริกันเกรย์ นกแก้วไอคิวสูง หรือ นกแก้วสีเทา จัดเป็นนกแก้วที่ได้รับความนิยมในการนำมาเลี้ยงดูในฐานะของสัตว์เลี้ยงประจำบ้านของมนุษย์มานับเป็นระยะเวลานาน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ยังไม่มีนกชนิดใดที่สามารถทำลายสถิติของความสามารถในการเลียนเสียงและจดจำคำต่าง ๆ ได้มากเท่ากับนกชนิดนี้

ลักษณะทั่วไปของนกแก้วเทาอัฟริกัน
ขนทั่วไปมีสีเทา ยกเว้นบริเวณหางมีสีแดง ขนาดประมาณ 33 ซม. (113 นิ้ว) น้ำหนักประมาณ 390 กรัม ขนแก้มและรอบดวงตาสีขาว ตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียประมาณ 1 นิ้ว หัวกว้างและแบนกว่า สีเท่าเข้มกว่า

ถิ่นอาศัย, อาหารของนกแก้วเทาอัฟริกัน
พบในทวีปอัฟริกาบริเวณแถบศูนย์สูตรตั้งแต่ตอนใต้ขอ Ivory Coast จนถึงตะวันตกของเคนยา และตอนเหนือของแองโกล่า และพบในคองโกถึงตะวันตกเฉียงเหนือของทรานซาเนีย ถิ่นอาศัยเป็นป่าพื้นที่รบต่ำเป็นนกที่พบได้ทั่วไป แต่ระยะหลังบางพื้นที่พบได้น้อยและจำนวนลดลง เนื่องจากถิ่นอาศัยถูกทำลาย อาหารหลักเมล็ดพืช ผลไม้ต่างๆ ถั่วชนิดต่างๆ ผลปาล์ม เป็นต้น

นกแก้วเทาอัฟริกัน
พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ของนกแก้วเทาอัฟริกัน
เป็นนกแก้วที่ฉลาดสามารถเลียนแบบเสียงของคนได้ดี ฝึกให้เชื่องง่าย ฤดูผสมพันธุ์มีหลากหลาย วางไข่ในโพรงครั้งละ 3-4 ฟอง ระยะฟัก 21-30 วัน ลุกนกอายุประมาณ 10 สัปดาห์ถึงออกจากโพรง

ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงนกแก้วชนิดนี้ในประเทศไทยนั้น มักกระทำกันอยู่ในวงแคบเพียงไม่กี่รายเท่านั้น และแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของการขีดจำกัดในการเพาะเลี้ยงนกในเมืองไทยให้เห็นว่ายังมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งในบางประเทศได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนให้มีการเพาะพันธุ์นกชนิดต่าง ๆ อย่างเต็มที่

ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถือได้ว่าเป็นประตูเข้า-ออก ระหว่าง เอเชีย กับ ยุโรป โดยเฉพาะในเรื่องการค้านก ประเทศนี้มีบริษัทนายหน้าที่รับจัดซื้อ จัดหา นกสวยงาม เพื่อป้อนแก่ตลาดทั่วโลก ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงเอเชีย และนำเงินเข้าประเทศปีละหลาย ๆ ล้านเหรียญ และยังถือว่าเป็นตลาดพักนก เพื่อส่งไปยังที่ต่าง ๆ ในโลกใหญ่ที่สุดด้วย นักเลี้ยงนกไทยหลายท่านเสียเงินในการสั่งซื้อนกต่าง ๆ ให้แก่นายหน้าจากประเทศนี้มามากต่อมาก และนี่ยังไม่รวมประเทศจีน ซึ่งกำลังขึ้นมาเป็นทั้งผู้เพาะพันธุ์และนายหน้าจัดซื้อหานกรายใหญ่อีกราย ซึ่งพบว่าราคานกที่นำเข้าจากจีนนั้นจะค่อนข้างถูกกว่ามาก